วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เรียนอย่างไรเรียนได้ดี

เนื้อหาต่อไปนี้คัดมาจากหนังสือ"หัวไม่ดีก็เรียนได้" สำนักพิมพ์ครอบครัว
จะเริ่มอย่างไรให้เรียนดี
1. ความสำเร็จในการเรียน
ผู้เรียนที่ไม่ค่อยประสพความสำเร็จมักมีลักษณะดังนี้
1. เป็นคนชอบละทิ้งงานไว้ก่อนแล้วค่อยทำเมื่อนาทีสุดท้าย
2. เสียสมาธิหันเหความสนใจจากการเรีบยโดยง่าย
3. เมื่อเจองานยาก จะขาดความมานะพยายาม
4. ไม่ได้เรียนเพื่อต้องการความรู้ แต่ใช้การสอบกระตุ้นการเรียน
5. ไม่มีการวางแผนและตารางการทำงาน
จะเห็นว่าสาเหตุทั้ง 5 ข้อไม่เกี่ยวกับสมองหรือความฉลาดเลย
2. สร้างทัศนคติที่ดี
คนเราจะทำอะไรได้ดีต้องเป็นสิ่งที่รักที่ชอบ เราจึงต้องค้นหาความต้องการ
ที่ชัดเจนของตัวเอง
1. ทางเลือกของชีวิต
"ทางเดินของเราเราควรเลือกเอง ค้นหาตัวเองค้นหาว่าเราชอบอะไร อยากเป็นอะไร
อยากทำอะไร แค่อย่างเดียวเท่านั้น เราจะไปได้ และไปได้ดีด้วย"
2.สร้างทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง
ถ้าเรารู้ว่าไม่เก่งก็ต้องเรียนให้หนักขึ้น สมองไม่ดีก็ต้องขยันขึ้น ลองลงมือ
ทำในสิ่งที่คิดว่าเราทำไมได้ เพียรพยายามแล้วสักวันหนึ่งเราก็จะทำได้
3.สร้างทัศนคติที่ดีในการเรียน
ทำอย่างไรจึงจะมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ความจริงไม่ยาก แค่ปรับที่ใจของเราเอง
และเชื่อว่าการเรียนเป็นการฝึกฝนตนและพัฒนาตัวเราให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากขึ้น
พร้อมที่จะอยู่ในสังคมโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
4.เมื่อความผิดหวังมาเยือน
หยุดนิ่งสักนิด ตั้งสติ ทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิ แล้วปัญญาในการแก้ปัญหาจะเกิด

2. เตรียมตัวให้พร้อม
"การเตรียมตัวที่ดี เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง" การเรียนก็เช่นเดียวกัน
ช่วงเปิดเทอมค่อนข้างยุ่งมากที่สุด แต่การเรียนยังไม่ค่อยหนัก เราควรใช้
ช่วงเวลานี้หาข้อมูลและความคุ้นเคยกับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการ ศึกษา
1. สถานที่เรียน ควรสำรวจอาคารเรียนว่าห้องอะไรอยู่ตรงไหน เช่น
- ห้องอาจารย์ที่ปรึกษา
- ห้องกลุ่มสาระฯ
- ห้องทะเบียน
- ห้องสมุด
- ห้องพยาบาล
- โรงอาหาร
- ห้องคอมพิวเตอร์
- สนามกีฬา
- และห้องอื่นๆที่เห็นว่าจำเป็น
2. บุคลากรของสถานศึกษา บุคคลที่เราควรรู้จักและควรทำความรู้จัก
1. บุคคลที่ควรรู้จัก เช่น ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ
2. บุคคลที่ควรทำความรู้จัก
- อาจารย์ที่ปรึกษา จะเป็นผู้ดูแลเราตลอดปีการศึกษา เมื่อมีปัญหาควรนึกถึงเป็นคนแรก
- อาจารย์ประจำวิชา มีหลายคนควรศึกษาประวัติ ลักษณะการสอน นิสัย ได้จากรุ่นพี่
เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการเรียน
- บุคคลากรสายสนับสนุน เช่น บรรณารักษ์ ทะเบียน แม่บ้าน นักการ ยาม
เพื่อความสะดวกในงานต่างๆ
3. หลักสูตรที่เรียน ปกติเราจะได้คู่มือนักเรียนในตอนเปิดภาคเรียนควรศึกษาคู่มือ
โดยละเอียด โดยเฉพาะหลักสูตรและรายวิชาที่เรียน
3. รู้จักวางแผน
อนาคตจะเป็นไปตามที่เราปรารถนาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเราเท่านั้น
3.1 วางแผนชีวิต
ความสำเร็จในอาชีพการงานนั้นมักมาจากการที่เราได้สร้างคุณสมบัติพื้นฐานที่ดี
ของตัวเราเองเอาไว้แล้ว เพื่อให้เป้าหมายชีวิตชัดเจนควรเขียนบันทึกตามช่วงอายุ
ว่าต้องการบรรลุผลอะไรและด้วยวิธีไหน
3.2 วางแผนการเรียน
ข้อมูลที่เราควรจะทราบเพื่อประกอบการวางแผนและบริหารเวลา ได้แก่
1. รายละเอียดลักษณะรายวิชาที่จะเรียน เป็นวิชาคำนวน ท่องจำ ทฤษฎี
หรือปฏิบัติ
2.ปริมาณงานในแต่ละวิชา เช่น การบ้าน รายงาน สอบย่อย อาจารย์จะ
แนะนำในชั่วโมงแรก หรือสอบถามจากรุ่นพี่
นำข้อมูลที่ได้มาวางแผนทำตารางเวลา ประกอบด้วยแผนประจำภาคเรียน
และแผนประจำสัปดาห์
- แผนประจำภาคเรียน ควรประกบด้วย
1. วันเปิดและปิดภาคเรียน
2. กำหนดสอบกลางภาค/ปลายภาค
3. ช่วงเวลาและวันสุดท้ายของ
- การแก้ 0 ร มส
- การยืม/คืนหนังสือห้องสมุด
- การส่งโครงงาน/รายงาน
- กิจกรรม เช่น กีฬาสี
- แผนประจำสัปดาห์ มีหลักการจัดทำดังนี้
1. งานที่ต้องส่ง จัดลำดับจากกำหนดส่งควรทำเสร็จก่อนอย่างน้อย 2 วัน
2. หนังสือที่ต้องอ่าน ควรสอดคล้องกับตารางเรียน
3. ควรวางแผนให้เหมาะสมกับตัวเอง
4. ควรเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อฝึกการมีมนุษยสัมพันธ์และเพิ่มเพื่อน
5. ควรจัดกิจกรรมออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้งเพื่อสุขภาพ
3.3 กฏในการปฏิบัติตามแผนให้สำเร็จ
ดร.นอร์แมน วินเซนท์ เพิร์ล กล่าวว่า"กุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จในชีวิต
ที่คุณปรารถนาก็คือการปลดปล่อยภาระผูกพันทุกอย่างเพื่อมุ่งไปยังสิ่งที่ตัวเอง
มุ่งมั่นเพียงสิ่งเดียว"และต้องอาศัยกฎดังนี้ด้วย
1. อย่าผัดวันประกันพรุ่ง มันจะทำให้คุณยังอยู่ที่เดิม
2. ฝึกตัวเองให้หลุดพ้นจากความง่วง
3. เลือกสถานที่ให้เหมาะสม
4. อย่าเปิดทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต หรือฟังเพลงขณะอ่านหนังสือหรือทำงาน
5. อย่าทำงานหรือกิจกรรมอื่นที่ไม่ตรงกับตาราง
6. ปฏิเสธให้เป็น
7. ให้รางวัลกับความสำเร็จ
3.4 ให้กำลังใจตัวเอง
ช่วงเวลาของชีวิตการเล่าเรียนในสถานศึกษา เป็นช่วงเวลาที่ลำบาก ต้องมานะ
บากบั่น พยายามเพื่อให้ประสบความสำเร็จ พบทั้งสิ่งที่ชอบและำไม่ชอบ เหมือน
เป็นการฝึกฝนตนเองก่อนจะออกไปสู้ชีวิต บางครั้งก็เหนือยล้าและท้อใจ ถ้าเรา
หมดเรี่ยวแรงและกำลังใจลองพิจารณาข้อคิดต่อไปนี้
1. เปิดดูแผนชีวิตที่เราได้บันทึกไว้ หากเราท้อแท้และทอดทิ้งเราจะก้าวไปสู่สิ่ง
ที่เราหวังไว้ได้อย่างไร ความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากลำบากนั้นน่าภูมใจยิ่ง

ไม่มีความคิดเห็น: